วันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ครั้งที่ 11

 อาจารย์พาไปบ้านมูลนิเด็กอ่อน กลุ่มหนูได้ทำ มินิไข่บอล โดยให้น้องปรุงเองในการตักวัตุดิบและนำไปทอดเก็บไว้ให้น้องๆเพราะน้องยังกินไม่ได้ต้องทำฟันก่อน น้องๆน่ารักและเชื่อฟังเป็นอย่างดีค่ะ น้องๆให้ความร่วมมือกับกิจกรรมและสนุกสนานไปด้วยกัน

ครั้งที่ 10

อาอาจารย์ให้จับกลุ่มและแจกกระดาษให้ 1 แผ่น สีกล่องละ 1  กล่อง โดยให้วาดแม่น้ำไม่ให้บอกชื่อว่าเป็นแม่น้ำสถานที่ใด แต่จะให้เพื่อนเป็นคนบอก และแจกกระดาษให้อีก 2 แผ่นโดยการให้สร้างถังเก็บน้ำที่มั่นคงและแข็งแรงที่สุด จากนั้นอาจารย์ทดลองโดยการนำกระดาษที่มีน้ำหนักเยอะมาวางลงบนถังเก็บน้ำ 


และให้กระดาษมาวาดสวนสาธารณะตามที่เราออกแบบเองและให้หลอดมาสร้างสไลด์เดอร์โดยให้ลูกบิงปองมาเพื่อสไลด์ลงโดยจับว่าว่ากลุ่มในใช้เวลาในการเคลื่อนที่ลูกบิงปองช้าที่สุด


กิจกรรมนี้สอนให้รู้ว่าให้เกิดการคิดแก้ไขปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นโดยมีโจทย์กำหนดมาให้ร่วมกันแก้ไขปัญหาค่ะ
 

ครั้งที่ 9

หนูได้ทำทดลองการทดลองวิทยาศาตร์ “ภาพล่องหน”


         https://youtu.be/YOuNBR6TCGw?si=rJ9Z7VKi8sn10d-0


และอาจารย์ได้ให้ทำงานกลุ่มโดยการตกลงและเตรียมความพร้อมในการจัดเตรียมไปมูลนิธิบ้านเด็กอ่อนในสลัม กลุ่มพวกหนูก็ได้นำอุปกรณ์และจัดเตรียมการดาษเตรียมวาดชื่อฐานค่ะ



วันศุกร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566

งานที่ 8



 การทดลอง ไข่ไดโนเสาร์

  1. นำไข่ที่สุกแล้วมาแช่น้ำให้เย็น
  2. นำไข่ต้มขึ้นจากน้ำ แล้วเช็ดไข่ให้แห้ง นำไข่มากระเทาะให้เกิดรอยร้าวทั่วฟอง 
  3. ใช้สีธรรมชาติแล้วนำไข่ใส่ถุงพลาสติกใบละถุงห้ามนำรวมกันมัดถุงทิ้งไว้ 5-10 นาที
  4. นำไข่ในถุงมาล้างด้วยน้ำสะอาด
  5. ค่อยแกะเปลือกออก จะได้ไข่ไดโนเสาร์สีสันสดใสน่ารับประทาน


    การทดลอง ภูเขาไฟลาวา

    1.หยดสีผสมอาหารสีแดงให้คล้ายกันสีของลาวาภูเขาไฟลงไป ประมาณ 3-4 หยด
    2.เทน้ำยาล้างจานลงในขวดพลาสติกเพื่อทำให้เกิดฟอง ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ              
    3.เทน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำยาล้างจานลงไปประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
    4.ค่อยๆตักเบกกิ้งโซดาเติมลงไปทีละ 1 ช้อนชาแล้วรอดู ภูเขาไฟกำลังจะระเบิดลาวาออกมา

    สรุป

    สาเหตุที่ฟองลาวาสีแดงปะทุตัวออกมา เป็นเพราะปฏิกิริยาของเบกกิ้งโซดากับน้ำส้มสายชู  ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ฟู่ขึ้นมา


งานที่ 7

 กิจกรรมที่ 1

อาจารให้เลือกกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์ของเพื่อนมา 1 กิจกรรมและให้บอกเหตุผลว่า ที่เราเลือกมาเราชอบเพราอะไร มีวิธีการทดลองยังไง 

กิจกรรมที่ 2

อาจารย์ให้คิดหน่วยการสอนของเด็กปฐมวัยโดยทำเป็นมายแมพปิ้ง และจับกลุ่ม กลุ่มละ5คนช่วยกันเลือกมาเรื่องใดเรื่องนึงว่าเราจะสอนด้วยอะไรและทำเป็นมายแมพปิ้ง



งานที่ 6

กิจกรรมที่ 1

 เพื่อนได้ทำการทดลอง แก้วดูดน้ำ

อุปกรณ์

1. เทียนไข                                         

2. น้ำ

3. สีผสมอาหาร

4. จานใส่น้ำ

5. แก้ว

วิธีทดลอง

   • วางเทียนไขลงในจาน แล้วเทน้ำผสมสีผสมอาหารใส่ลงในจานใบนั้น

     • จุดเทียนไข แล้วนำแก้วครอบลงไป สังเกตว่าเกิดอะไรขึ้น

ผลการทดลอง

    จะเห็นว่าน้ำในจาน ถูกดูดเข้าไปอยู่ในแก้วอย่างน่าอัศจรรย์ เนื่องจากออกซิเจนในแก้วถูกเผาไหม้ ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นมา แล้วทำให้ ความดันอากาศที่อยู่ภายในแก้วลดลง ส่งผลให้ความดันอากาศจากภายนอกดันน้ำเข้ามาอยู่ในแก้ว 

การโยนขวดตั้ง

การกระจายของมวลจากจุดศูนย์กลางเป็นอย่างไร) เมื่อไม่มีโมเมนต์ของแรงภายนอกกระทำกับวัตถุ วัตถุจะรักษาสภาพของการเกิดโมเมนตัมเชิงมุมไว้ ตัวอย่าง การหมุนของนักสเก็ตน้ำแข็ง การหมุนในครั้งแรกนักสเก็ตจะกางแขนออกเพื่อให้เกิดโมเมนต์ความเฉื่อยมาก (มวลจะแผ่กระจายออกไปจากตำแหน่งของศูนย์กลางมวล) ถ้าหุบแขนเข้ามาโมเมนต์ความเฉื่อยจะลดลง เพื่ออนุรักษ์โมเมนตัมเชิงมุมจะทำให้การหมุนรอบตัวเองของนักสเก็ตน้ำแข็งเร็วขึ้น

กิจกรรมที่ 2

เด็กปฐมวัยเรียนรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับคณิตศาสตร์

1. จำนวนและการดำเนินการ : จำนวน การรวมกลุ่ม

2.การวัด : ความยาว น้ำหนัก 

3.เรขาคณิต : ตำเเหน่ง ทิศทาง ระยะทาง

4.พืชคณิต : รูปเเบบความสัมพันธ์

อาจารย์ให้จับกลุ่มแต่งเพลงที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ผ่านตัวเลขค่ะ

งานที่ 5

 

อาจารย์ได้พาไปศึกษาสถาบันแหล่งสัตว์น้ำใต้ทะเลเพื่อนำความรู้ที่ได้มา มาเป็นชิ้นงานในการเรียนโดยกลุ่มหนูได้ทำหัวข้อเรื่อง แหล่งที่อยู่อาศัยและประโยชน์และในคาบอาจารย์ได้ให้นั่งสรุปหัวข้อที่เราทำในเสร็จเพื่อรอนำเสนอ

ความรู้สึก

สนุกมากเลยค่ะได้ไปเรียนรู้สัตว์น้ำหลายอย่างที่อยู่ใต้ทะเล บ้างชนิดเราก็ไม่เคย ไม่รู้จักเราก็ได้เห็นได้รู้จักแหล่งที่มาที่อาศัยและประโยชน์ต่างๆของปลาอีกมากมาย

งานที่ 4

  กิจกรรมที่ 1

การทดลองการหักเหของแสง

อุปกรณ์

1. กระดาษ A

2. กรรไกร

3. แก้วน้ำ

4. ปากกาเมจิกสีต่างๆ

5. ปากกา maker

6. ถุงร้อนพลาสติก

สาเหตุ

เกิดจากการเดินทางของแสงจากตัวกลางหนึ่งไปยังอีกตัวกลาง หนึ่งซึ่งมีความหนาแน่นแตกต่างกัน จะมีความเร็วไม่เท่ากันด้วย โดยแสงจะเคลื่อนที่ในตัวกลางโปร่งกว่าได้เร็วกว่าตัวกลางที่ทึบกว่า เช่น ความเร็วของแสงในอากาศมากกว่าความเร็วของแสงในน้ำ และความเร็วของแสงในน้ำมากกว่าความเร็วของแสงในแก้วหรือพลาสติกการที่แสงเคลื่อนที่ผ่านอากาศและแก้วไม่เป็นแนวเส้นตรง เดียวกันเพราะเกิดการหักเหของแสง โดยแสงจะเดินทางจากตัวกลางที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า ( โปร่งกว่า) ไปยังตัวกลางที่มีความหนาแน่นมากกว่า ( ทึบกว่า) แสงจะหักเหเข้าหาเส้นปกติ ในทางตรงข้าม ถ้าแสงเดินทางจากยังตัวกลางที่มีความหนาแน่นมากกว่า ไปยังตัวกลางที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า แสงจะหักเหออกจากเส้นปกติ

กิจกรรมที่ 2 

สรุป

อากาศเป็นสิ่งที่มีตัวตน มีน้ำหนัก ต้องการที่อยู่ และสัมผัสได้ น้ำหนักของอากาศมีแรงกดหรือแรงดัน อนุภาคของอากาศ เคลื่อนที่ไปมาได้อย่างอิสระ และตลอดเวลาในทุกทิศทาง โดยจะเคลื่อนที่ชนกันเองและชนกับวัตถุต่าง ๆ ที่ล้อมรอบ ทำให้เกิดแรงดัน รอบทิศทาง เรียก แรงดันอากาศ เช่น ถ้าเป่าลูกโป่ง อากาศที่เข้าไปด้านในจะดันลูกโป่งให้พองออกและมีขนาดใหญ่ขึ้น ขณะเดียวกัน อากาศที่อยู่ภายนอกก็ออกแรงดันลูกโป่งทุกทิศทางด้วย

ความดันอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และความดันอากาศบริเวณต่างๆจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิบริเวณใดที่มีอุณหภูมิสูง อากาศจะขยายตัวทำให้ความหนาแน่นต่ำกว่าอากาศโดยรอบจึงลอยตัวสูงขึ้น ทำให้ความดันอากาศบริเวณนั้นต่ำกว่าบริเวณใกล้เคียงและเกิดเป็นบริเวณความกดอากาศต่ำ จะเป็นบริเวณที่อากาศไม่ดีมีเมฆและฝนมาก ส่วนบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ ความหนาแน่นจะสูงกว่าอากาศโดยรอบจึงจมตัวลง ทำให้ความดันบริเวณนั้นสูงกว่าบริเวณใกล้เคียงเกิด จึงเป็นบริเวณความกดอากาศสูง จะมีเมฆน้อย และสภาพอากาศดี จากการที่ความดันของอากาศเกิดจากน้ำหนักของอากาศ ฉะนั้นยิ่งสูงจากพื้นโลกของมวลอากาศยิ่งมีน้อย นั่นคือ ความดันของอากาศจะลดลงตามระดับความสูง ดังนั้นแล้วความดันอากาศจะมีค่ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับพื้นที่ ถ้าพื้นที่มาก จะทำให้อากาศจะมีแรงดันมาก

งานที่ 3

กิจกรรมที่ 1 

   การทดลองวิทยาศาสตร์ “ไข่ลอยน้ำ”

อุปกรณ์         ไข่ 2 ฟอง,แก้วน้ำ 2 ใบ,น้ำเปล่า,เกลือ

วิธีการทดลอง  เทน้ำเปล่าใส่ลงไปในแก้วใบแรก จากนั้นวางไข่ใบแรกลงไปในแก้วน้ำ จะพบว่าไข่ร่วงลงไปอยู่ด้านล่างก้นแก้ว (ถ้าไข่ไม่เสีย) ส่วนแก้วใบที่สอง เทน้ำร้อนลงไปใส่เกลือ 4-5 ช้อนโต๊ะละลายให้เข้ากัน รอจนน้ำเย็นลงและใส่ไข่ใบที่สอง จะพบว่าไข่ลอยขึ้นมา

ทำไมไข่ถึงลอยได้? เพราะว่า ความหนาแน่นของโมเลกุลทั้งไข่และน้ำ โดยเฉลี่ยไข่จะมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำเปล่าไข่จึงจมลงไป แต่เมื่อเป็นเกลือ ที่ทำให้ความหนาแน่นของไข่ลดลง จึงทำให้ไข่ไม่สามารถตกลงไปถึงด้านล่างได้

   

กิจกรรมที่ 2 

อาจารย์ให้จับกลุ่ม กลุ่มละ 4-5คน และเท่น้ำใส่แก้วพลาสติกให้เกือบล้นแก้วและให้วางคีบหนีบกระดาษลงบนแก้วน้ำทีละคน โดยสร้างโจทย์ว่า"เราจะวางอย่างไรไม่ให้คีบหนีบกระดาษจมน้ำกลุ่มพวกหนูก็วางได้แต่ว่าสักพักนึงก็จมค่ะ การทำกิจกรรมนี้ได้เกิดการเรียนรู้โดยการมีสมาธิ ใจนิ่งมือนิ่งในการวาง จิตใจจดจ่อ รู้จักวางแผนแล้วจะประสบความสำเร็จค่ะ 




 

งานที่ 2

นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์แนวบูรณาการสาหรับ เด็กปฐมวัยแนวใหม่
S-IPADS Plus : New Innovative Integrated Science Learning Management For Preschool Children


 
รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์


การจัดการเรียนรู้เพื่อ การพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์แนวบูรณาการสาหรับเด็กปฐมวัย โดยใช้แนวคิดการจัด กระบวนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผสมผสานบูรณาการกับเพลง ดนตรี นิทาน เรื่องเล่า เป็นนวัตกรรม ที่พัฒนาการเรียนการสอนทั้งวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมไปด้วยกัน
ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน
1. เด็กมีความสุขในการเรียน ช่วงระยะเวลาของความสนใจในการเรียนรู้ของเด็กยาวขึ้น 
2. เด็กได้ทางานเป็นกลุ่ม ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ทาให้เด็กได้เข้าสู่สังคมโลกได้ ดีขึ้น และช่วยพัฒนาความสามารถทางความคิดหรือสติปัญญาจากการที่ได้ฟังความคิดของเพื่อน ปรับความคิด ของตน หรือจดจาความคิดของผู้อื่น
3.การปฏิบัติอย่างมีแผนของขั้นตอนการปฏิบัติทาให้เด็กมีลาดับขั้นตอนของการคิด มีการวาง แผนการทางานอย่างมีระบบ ซึ่งเด็กได้ลงมือปฏิบัติ ทดลองด้วยตนเองผ่านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
4. การปฏิบัติการทดลองซ้าและฟังเพลงที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับผลการทดลองทาให้เด็กได้ทดลอง มือสัมผัส ตาดู หูฟัง สมองคิด จิตจดจ่อ ซึมซับ สุนทรียรสทางภาษา เกิดจินตนาการ เกิดภาพประทับใจ สมองซีกซ้าย ขวาทางานประสานสัมพันธ
สรุป
      การจัดการเรียนการ สอนวิทยาศาสตร์แนวบูรณาการที่มีความแปลกใหม่ และน่าสนใจ มีความเหมาะสมสอดคล้องกับการเรียนรู้ ของเด็กปฐมวัย เนื่องจากการใช้เพลง นิทาน นาเข้ามาบูรณาการกับการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ทาให้การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์นั้นเป็นเรื่องที่สนุกและน่าตื่นเต้น และน่าค้นคว้าทดลองมากยิ่งขึ้นและสอดคล้องกับการทางาน ของสมอง จากการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ดังกล่าวส่งผลให้เด็กปฐมวัยได้มีทักษะต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ที่สาคัญคือความสุข สนุกสนานกับการเรียนรู้ อันจะนาไปสู่เจตคติที่ดีในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในระดับสูง ต่อไป

งานที่ 1

 

ในคาบแรกวันนี้อาจารย์ให้เขียนลงในกระดาษA4ว่าในรายวิชานี้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยที่เราคิดว่าเด็กควรได้เรียนรู้สิ่งบ้างให้เหมาสมแก่วัยในการเรียนรู้ของเด็กบ้างตามความคิดของเรา ก่อนจะเริ่มเข้าสู่บทเรียน