อาจารย์พาไปบ้านมูลนิเด็กอ่อน กลุ่มหนูได้ทำ มินิไข่บอล โดยให้น้องปรุงเองในการตักวัตุดิบและนำไปทอดเก็บไว้ให้น้องๆเพราะน้องยังกินไม่ได้ต้องทำฟันก่อน น้องๆน่ารักและเชื่อฟังเป็นอย่างดีค่ะ น้องๆให้ความร่วมมือกับกิจกรรมและสนุกสนานไปด้วยกัน
Science and Mathematic Activities for Childhood Students 102
วันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566
ครั้งที่ 10
ครั้งที่ 9
หนูได้ทำทดลองการทดลองวิทยาศาตร์ “ภาพล่องหน”
https://youtu.be/YOuNBR6TCGw?si=rJ9Z7VKi8sn10d-0
และอาจารย์ได้ให้ทำงานกลุ่มโดยการตกลงและเตรียมความพร้อมในการจัดเตรียมไปมูลนิธิบ้านเด็กอ่อนในสลัม กลุ่มพวกหนูก็ได้นำอุปกรณ์และจัดเตรียมการดาษเตรียมวาดชื่อฐานค่ะ
วันศุกร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566
งานที่ 8
การทดลอง ไข่ไดโนเสาร์
- นำไข่ที่สุกแล้วมาแช่น้ำให้เย็น
- นำไข่ต้มขึ้นจากน้ำ แล้วเช็ดไข่ให้แห้ง นำไข่มากระเทาะให้เกิดรอยร้
าวทั่วฟอง - ใช้สีธรรมชาติแล้วนำไข่ใส่ถุงพลาสติกใบละถุงห้ามนำรวมกันมัดถุงทิ้งไว้ 5-10 นาที
- นำไข่ในถุงมาล้างด้วยน้ำสะอาด
- ค่อยแกะเปลือกออก จะได้ไข่ไดโนเสาร์สีสันสดใสน่ารับประทานการทดลอง ลูกโป่งพลังดูด
วิธีการทดลอง
เป่าลูกโป่งแล้วนำไปถูกับเสื้อผ้า หรือผมแล้วนำมาอยู่ใก้ล กองเศษกระดาษ
สรุป
การที่กระดาษลอยขึ้น หรือกระป๋องวิ่งตามแรงดูดของลูกโป่ง เกิดจากไฟฟ้าสถิตย์นั่นเอง ไฟฟ้าสถิตย์เกิดจากการถ่ายเทประจุไฟฟ้าของวัตถุสองสิ่งที่เสียดสีกัน ปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เกี่ยวกับไฟฟ้าสถิตย์ เช่น ฟ้าแลบ, ฟ้าฝ่า
การทดลอง ภูเขาไฟลาวา1.หยดสีผสมอาหารสีแดงให้คล้ายกันสีของลาวาภูเขาไฟลงไป ประมาณ 3-4 หยด2.เทน้ำยาล้างจานลงในขวดพลาสติกเพื่อทำให้เกิดฟอง ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ3.เทน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำยาล้างจานลงไปประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ4.ค่อยๆตักเบกกิ้งโซดาเติมลงไปทีละ 1 ช้อนชาแล้วรอดู ภูเขาไฟกำลังจะระเบิดลาวาออกมาสรุปสาเหตุที่ฟองลาวาสีแดงปะทุตัวออกมา เป็นเพราะปฏิกิริยาของเบกกิ้งโซดากับน้ำส้มสายชู ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ฟู่ขึ้นมา
งานที่ 7
กิจกรรมที่ 1
อาจารให้เลือกกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์ของเพื่อนมา 1 กิจกรรมและให้บอกเหตุผลว่า ที่เราเลือกมาเราชอบเพราอะไร มีวิธีการทดลองยังไง
กิจกรรมที่ 2
อาจารย์ให้คิดหน่วยการสอนของเด็กปฐมวัยโดยทำเป็นมายแมพปิ้ง และจับกลุ่ม กลุ่มละ5คนช่วยกันเลือกมาเรื่องใดเรื่องนึงว่าเราจะสอนด้วยอะไรและทำเป็นมายแมพปิ้ง
งานที่ 6
กิจกรรมที่ 1
เพื่อนได้ทำการทดลอง แก้วดูดน้ำ
อุปกรณ์
1. เทียนไข
2. น้ำ
3. สีผสมอาหาร
4. จานใส่น้ำ
5. แก้ว
วิธีทดลอง
• วางเทียนไขลงในจาน แล้วเทน้ำผสมสีผสมอาหารใส่ลงในจานใบนั้น
• จุดเทียนไข แล้วนำแก้วครอบลงไป สังเกตว่าเกิดอะไรขึ้น
ผลการทดลอง
จะเห็นว่าน้ำในจาน ถูกดูดเข้าไปอยู่ในแก้วอย่างน่าอัศจรรย์ เนื่องจากออกซิเจนในแก้วถูกเผาไหม้ ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นมา แล้วทำให้ ความดันอากาศที่อยู่ภายในแก้วลดลง ส่งผลให้ความดันอากาศจากภายนอกดันน้ำเข้ามาอยู่ในแก้ว
การโยนขวดตั้ง
การกระจายของมวลจากจุดศูนย์กลางเป็นอย่างไร) เมื่อไม่มีโมเมนต์ของแรงภายนอกกระทำกับวัตถุ วัตถุจะรักษาสภาพของการเกิดโมเมนตัมเชิงมุมไว้ ตัวอย่าง การหมุนของนักสเก็ตน้ำแข็ง การหมุนในครั้งแรกนักสเก็ตจะกางแขนออกเพื่อให้เกิดโมเมนต์ความเฉื่อยมาก (มวลจะแผ่กระจายออกไปจากตำแหน่งของศูนย์กลางมวล) ถ้าหุบแขนเข้ามาโมเมนต์ความเฉื่อยจะลดลง เพื่ออนุรักษ์โมเมนตัมเชิงมุมจะทำให้การหมุนรอบตัวเองของนักสเก็ตน้ำแข็งเร็วขึ้น
กิจกรรมที่ 2
เด็กปฐมวัยเรียนรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับคณิตศาสตร์
1. จำนวนและการดำเนินการ : จำนวน การรวมกลุ่ม
2.การวัด : ความยาว น้ำหนัก
3.เรขาคณิต : ตำเเหน่ง ทิศทาง ระยะทาง
4.พืชคณิต : รูปเเบบความสัมพันธ์
อาจารย์ให้จับกลุ่มแต่งเพลงที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ผ่านตัวเลขค่ะ
งานที่ 5
อาจารย์ได้พาไปศึกษาสถาบันแหล่งสัตว์น้ำใต้ทะเลเพื่อนำความรู้ที่ได้มา มาเป็นชิ้นงานในการเรียนโดยกลุ่มหนูได้ทำหัวข้อเรื่อง แหล่งที่อยู่อาศัยและประโยชน์และในคาบอาจารย์ได้ให้นั่งสรุปหัวข้อที่เราทำในเสร็จเพื่อรอนำเสนอ
ความรู้สึก
สนุกมากเลยค่ะได้ไปเรียนรู้สัตว์น้ำหลายอย่างที่อยู่ใต้ทะเล บ้างชนิดเราก็ไม่เคย ไม่รู้จักเราก็ได้เห็นได้รู้จักแหล่งที่มาที่อาศัยและประโยชน์ต่างๆของปลาอีกมากมาย
งานที่ 4
กิจกรรมที่ 1
การทดลองการหักเหของแสง
อุปกรณ์
1. กระดาษ A
2. กรรไกร
3. แก้วน้ำ
4. ปากกาเมจิกสีต่างๆ
5. ปากกา maker
6. ถุงร้อนพลาสติก
สาเหตุ
เกิดจากการเดินทางของแสงจากตัวกลางหนึ่งไปยังอีกตัวกลาง หนึ่งซึ่งมีความหนาแน่นแตกต่างกัน จะมีความเร็วไม่เท่ากันด้วย โดยแสงจะเคลื่อนที่ในตัวกลางโปร่งกว่าได้เร็วกว่าตัวกลางที่ทึบกว่า เช่น ความเร็วของแสงในอากาศมากกว่าความเร็วของแสงในน้ำ และความเร็วของแสงในน้ำมากกว่าความเร็วของแสงในแก้วหรือพลาสติกการที่แสงเคลื่อนที่ผ่านอากาศและแก้วไม่เป็นแนวเส้นตรง เดียวกันเพราะเกิดการหักเหของแสง โดยแสงจะเดินทางจากตัวกลางที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า ( โปร่งกว่า) ไปยังตัวกลางที่มีความหนาแน่นมากกว่า ( ทึบกว่า) แสงจะหักเหเข้าหาเส้นปกติ ในทางตรงข้าม ถ้าแสงเดินทางจากยังตัวกลางที่มีความหนาแน่นมากกว่า ไปยังตัวกลางที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า แสงจะหักเหออกจากเส้นปกติ
กิจกรรมที่ 2
สรุป
อากาศเป็นสิ่งที่มีตัวตน มีน้ำหนัก ต้องการที่อยู่ และสัมผัสได้ น้ำหนักของอากาศมีแรงกดหรือแรงดัน อนุภาคของอากาศ เคลื่อนที่ไปมาได้อย่างอิสระ และตลอดเวลาในทุกทิศทาง โดยจะเคลื่อนที่ชนกันเองและชนกับวัตถุต่าง ๆ ที่ล้อมรอบ ทำให้เกิดแรงดัน รอบทิศทาง เรียก แรงดันอากาศ เช่น ถ้าเป่าลูกโป่ง อากาศที่เข้าไปด้านในจะดันลูกโป่งให้พองออกและมีขนาดใหญ่ขึ้น ขณะเดียวกัน อากาศที่อยู่ภายนอกก็ออกแรงดันลูกโป่งทุกทิศทางด้วย
ความดันอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และความดันอากาศบริเวณต่างๆจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิบริเวณใดที่มีอุณหภูมิสูง อากาศจะขยายตัวทำให้ความหนาแน่นต่ำกว่าอากาศโดยรอบจึงลอยตัวสูงขึ้น ทำให้ความดันอากาศบริเวณนั้นต่ำกว่าบริเวณใกล้เคียงและเกิดเป็นบริเวณความกดอากาศต่ำ จะเป็นบริเวณที่อากาศไม่ดีมีเมฆและฝนมาก ส่วนบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ ความหนาแน่นจะสูงกว่าอากาศโดยรอบจึงจมตัวลง ทำให้ความดันบริเวณนั้นสูงกว่าบริเวณใกล้เคียงเกิด จึงเป็นบริเวณความกดอากาศสูง จะมีเมฆน้อย และสภาพอากาศดี จากการที่ความดันของอากาศเกิดจากน้ำหนักของอากาศ ฉะนั้นยิ่งสูงจากพื้นโลกของมวลอากาศยิ่งมีน้อย นั่นคือ ความดันของอากาศจะลดลงตามระดับความสูง ดังนั้นแล้วความดันอากาศจะมีค่ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับพื้นที่ ถ้าพื้นที่มาก จะทำให้อากาศจะมีแรงดันมาก
งานที่ 3
กิจกรรมที่ 1
การทดลองวิทยาศาสตร์ “ไข่ลอยน้ำ”
อุปกรณ์ ไข่ 2 ฟอง,แก้วน้ำ 2 ใบ,น้ำเปล่า,เกลือ
วิธีการทดลอง เทน้ำเปล่าใส่ลงไปในแก้วใบแรก จากนั้นวางไข่ใบแรกลงไปในแก้วน้ำ จะพบว่าไข่ร่วงลงไปอยู่ด้านล่างก้นแก้ว (ถ้าไข่ไม่เสีย) ส่วนแก้วใบที่สอง เทน้ำร้อนลงไปใส่เกลือ 4-5 ช้อนโต๊ะละลายให้เข้ากัน รอจนน้ำเย็นลงและใส่ไข่ใบที่สอง จะพบว่าไข่ลอยขึ้นมา
ทำไมไข่ถึงลอยได้? เพราะว่า ความหนาแน่นของโมเลกุลทั้งไข่และน้ำ โดยเฉลี่ยไข่จะมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำเปล่าไข่จึงจมลงไป แต่เมื่อเป็นเกลือ ที่ทำให้ความหนาแน่นของไข่ลดลง จึงทำให้ไข่ไม่สามารถตกลงไปถึงด้านล่างได้
กิจกรรมที่ 2
อาจารย์ให้จับกลุ่ม กลุ่มละ 4-5คน และเท่น้ำใส่แก้วพลาสติกให้เกือบล้นแก้วและให้วางคีบหนีบกระดาษลงบนแก้วน้ำทีละคน โดยสร้างโจทย์ว่า"เราจะวางอย่างไรไม่ให้คีบหนีบกระดาษจมน้ำกลุ่มพวกหนูก็วางได้แต่ว่าสักพักนึงก็จมค่ะ การทำกิจกรรมนี้ได้เกิดการเรียนรู้โดยการมีสมาธิ ใจนิ่งมือนิ่งในการวาง จิตใจจดจ่อ รู้จักวางแผนแล้วจะประสบความสำเร็จค่ะ
งานที่ 2
![]() | |||
| รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ |
งานที่ 1
ในคาบแรกวันนี้อาจารย์ให้เขียนลงในกระดาษA4ว่าในรายวิชานี้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยที่เราคิดว่าเด็กควรได้เรียนรู้สิ่งบ้างให้เหมาสมแก่วัยในการเรียนรู้ของเด็กบ้างตามความคิดของเรา ก่อนจะเริ่มเข้าสู่บทเรียน










